บทความจากนิตยสารฟิ้ว

posted on 04 Jan 2009 23:29 by apai-mani

English translation coming soon

 

บทความนี้คัดลอกจากนิตยสาร "ฟิ้ว" ฉบับที่ 24 เดือนมกราคม 2552 เขียนโดย นภสร ลิ้มไชยาวัฒน์

 

"กล้ามาก...ทำไปได้" ---อังเคิล-อดิเรก วัฏลีลา (ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์)

"ผมพร้อมจะหนีเมียไปดูหนังของคุณตุ้ยครั้งที่ 2" ---คุณพ่อม้า

"คนไทยก็ทำหนังอลังการงานสร้างได้เฟร้ย...!!!" ---ซับบาธ

(ตัวอย่างคำชม 'อภัย:มณี' จากเว็บไซต์)

 

คำชมข้างต้นไม่ได้เกินจริง เพราะหนังเรื่องนี้ประกอบด้วยรถบิน, หุ่นยนต์,  โลกอนาคต, สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ และ พระอภัยมณี! อลังการงานสร้างแถมทุ่มทุนทำสื่อ ทั้งบล็อกของหนังซึ่งบรรจุด้วยโปสเตอร์สุดเก๋, คลิปสัมภาษณ์นักแสดง และปล่อยตัวอย่างหนังออกมาเรียกน้ำย่อยเป็นระยะๆ ... อ๊ะๆ นี่ไม่ใช่หนังใหญ่แข่งกับ 'องค์บาก 2' แต่เป็นหนังสั้นทำมือของ วิชชา สุยะรา ต่างหาก

หลังจากทำหนังสั้นมา 5-6 เรื่อง ตั้งแต่สมัยเรียนที่ม.มหาสารคาม เช่น 'ผีฝาเหล้า', 'เด็กชายที่ชอบล้างมือ' (ได้รับรางวัล E-San Film Awards 2006) ...วิชชาก็รู้ตัวว่าหลงใหลใน 'ภาพเคลื่อนไหว' เข้าอย่างจัง จึงพกพาความฝันมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อสารฝัน 'การเป็นผู้กำกับหนัง'

"เรามากรุงเทพฯ แบบไม่รู้จักใคร มาถึงก็ขอทำงานกับพี่อังเคิลเลย ซึ่งพี่เขาก็รับเราเข้าทำงานและทำทุกอย่างจนไปถึงด้านกราฟฟิคดีไซน์ หลังจากนั้นพี่อังเคิลส่งไปฝึกฝีมือต่อที่ด็อกเตอร์เฮด" (บริษัทกราฟฟิคดีไซน์ชื่อดังที่รับออกแบบสื่อโฆษณาให้วงการหนังไทย)

หลังจากฝึกฝีมือกว่า 2 ปี วิชชาก็ได้ฤกษ์ทำ 'อภัย:มณี' หนังสั้นว่าด้วยโลกอนาคต เมื่อ 'อภัย' ชายหนุ่มรูปงาม มีปัญหาขัดใจกับ 'มัจฉา' แฟนสาว แล้วโดน 'มณี' ฆาตกรกินเนื้อ (ผู้ชาย) ในคราบนักร้องสุดเซ็กซี่จับตัวไป แล้วเขาจะเอาตัวรอดอย่างไร... จุดเด่นในเรื่องนอกจากจะเพียบไปด้วยซีจีแล้ว ยังเล่าเรื่องในแบบหนังเพลงอีกด้วย

"เราอยากทำหนังเรื่องนี้มาก หลังจากไม่ได้ทำหนังมานานและไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกหรือเปล่า นี่เป็นความฝันเลย และก็จะทำแบบที่อยากทำ เราติดใจวรรณคดี 'พระอภัยมณี' และอยากทำหนังไซ-ไฟ แฟนตาซี อันที่จริงเราจะเล่าเรื่องแบบธรรมดาก็ได้ แต่เราอยากทำให้หลุดจากความเป็นจริงมากที่สุด จึงเล่าเป็นเรื่องโลกอนาคตและเป็นมิวสิคัลเสียเลย ส่วนซีจีในหนังก็ทำด้วยตัวเองและมีเพื่อนๆช่วย นี่เป็นหนังสั้นที่ใช้เวลาร่วมปีกว่าจะเสร็จ"

แล้วสิ่งต่างๆ ที่เขาได้เรียนรู้จากวงการหนังใหญ่และการทำงานที่ด็อกเตอร์เฮด ส่งผลต่อ 'อภัย:มณี' หรือเปล่า?

"เราว่ามีนะ เพราะอย่างน้อยการทำงานที่ด็อกเตอร์เฮดหรือการได้ขลุกในวงการหนังใหญ่ทำให้เราเชื่อว่าการประชาสัมพันธ์และการตลาดมีผลอย่างมากที่จะทำให้หนังได้รับความสนใจ ดังนั้นไหนๆ ก็คิดว่านี่อาจจะเป็นหนังสั้นเรื่องสุดท้ายที่ได้ทำก็เลยกะว่าจะทำทิ้งทวน" (หัวเราะ)

คำว่า 'สุดท้าย' และ 'ทิ้งทวน' คือ การที่วิชชาและเพื่อนสนิทอย่าง ณพล เทียนวิหาร ในฐานะโปรดิวเซอร์ควักเงินเก็บหมดตัวร่วมแสนบาทและทุ่มเทการประชาสัมพันธ์ชนิดไม่มีหนังสั้นเรื่องไหนทำกันมาก่อน!

"เราทำหนังก็อยากให้มีคนมาดูกันมากๆ และบอกต่อๆกันไป คิดไว้ตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์เลยว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ที่ทำเองได้ง่ายๆ ทั้งการออกแบบโปสเตอร์, โปสการ์ด และการใช้สื่ออินเตอร์เน็ต เพราะเป็นสื่อที่ไม่ต้องใช้เงินและเข้าถึงคนได้มาก ทั้งการทำบล็อก หรือ Hi5, มีการให้จองบัตรล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ต บางคนเห็นภาพจากหนังนึกว่าเป็นหนังใหญ่ก็มี"

'อภัย:มณี' เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้วที่ Bioscope Theatre 28-30 พ.ย.ที่ผ่านมา และนี่คือความรู้สึกของวิชชา

"เรายอมรับว่าได้ผลเกินคาด เพราะนึกไม่ถึงว่าเสียงตอบรับจะดีขนาดนี้ จนผู้ชมเต็มหมดทั้ง 4 รอบ มีผู้ชมที่เคยชินกับการดูแต่หนังใหญ่ หลายๆคนมาดูและเข้าใจ"

แม้หนังจะฉายไปแล้ว แต่เรื่องราวของ 'อภัย:มณี' ในบล็อกและ Hi5 ยังคงมีอยู่ เพราะวิชชาจะคอยอัพเดทให้สื่อทั้งสองไม่หยุดนิ่งเพื่อรักษากระแสของหนังแบบต่อเนื่อง เขาฝากบอกว่าใครสนใจจะนำหนังเรื่องนี้ไปฉายก็ติดต่อเขาได้

และที่สำคัญฝันของเขายังไปไกลกว่านั้น

"ผมหวังว่า 'อภัย:มณี' จะพัฒนาต่อไปเป็นหนังใหญ่ครับ" 

Listen to Apai:Mani soundtrack

posted on 23 Dec 2008 05:54 by apai-mani
 
Now you can listen to our soundtrack for free (10 of 14 tracks) on iMeem, The soundtrack is now available by contact to production.terrorist@gmail.com
 
 

Apai:Mani

หนังสั้น อภัย:มณี ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนในหนังสือขายหัวเราะ โดยผู้เขียนคือ คุณเฟน เขียนเรื่องรามเกียรติ์ ให้เป็นการ์ตูนยุคอนาคตแนวคอมมิดี้ ซึ่งผู้กำกับ วิชชา สุยะรา ก็สร้างโลกอนาคตในแบบของตัวเองบ้าง โดยการนำเรื่อง พระอภัยมณี มาดัดแปลง

The short film Apai:Mani inspired from the "Khai Hua-Ro" comic book by the writer named "Fane". He wrote the Ramayana into the sci-fi fantasy comedy. And the director Witcha Suyara build his own future world by adapted the literature Phra Apai Mani.

ด้านล่างเป็นภาพแรงบันดาลใจของหนังเรื่องนี้

Below are the inspiration images for this film.

 

 

Blade Runner, 1982

 

Metropolis, 1927

THX-1138, 1971

 

Gattaca, 1997

Wicker Park, 2004 

Angel-A, 2005